WanHwan

กว่าจะรู้!!

posted on 05 Dec 2009 17:46 by hwannaa  in WanHwan

ตาเจ็บอีกแล้วครับพี่น้อง!!!

สืบเนื่องมาจากตาขวาล่าง..เกิดอาการเจ็บ เป็นเม็ดเหมือนที่เคยเป็นมาโดยตลอดชีวิต ไม่ว่าศัพท์ทางการแพทย์จะเรียกอะไร แต่เพื่อนหลายคนเรียกตากุ้งยิง และไอ้โรคที่ว่านี้ ฉันเป็นบ่อยมาก คราวที่แล้วก็ต้องเจาะออกเพราะไม่งั้นมันก็จะคงความเป็นตุ่มตุ่ยอยู่ใต้ เปลือกตาถาวรอย่างนั้น ไอ้เราจะให้ขอบตาตำด้วยมีตุ่มด้วย ก็เกรงว่าความสวยของเราจะลดลงจนถึงขีดสุด..เลยยอมเจาะออกในครานั้น ความสยองขวัญจะเล่าให้ฟังทีหลัง ที่จะเล่าให้ฟังคือวีรกรรมความฉลาดของตัวเอง

คราวนี้เป็นปุ๊บก็รี่ไปหาหมอที่รัตนินตรงอโศกตัดเพชรบุรีทันที
ไป มาหลายครั้งละ..ลงรถMRT ที่สุขุมวิท (อโศก)แล้วเดินเข้าซอยไปตลอด จำได้ว่าไกลเหมือนกัน จริงๆ ต้องเรียกว่าไกลมากหากเดินเท้าไป แต่ก็ยังไม่เคยคิดว่ามันจะใกล้เพชรบุรีและสถานีMRT เพชรบุรีมากกว่า..จนเพื่อนบอก..-__-'

แต่กว่าจะรู้ก็ช้าไป ออกจากสถานีมาแล้วเลยตัดสินใจนั่งมอร์ไซดีกว่าคราวนี้ เผื่อจะได้ชื่อว่ามีความคิดขึ้น (หลังจากที่เดินเข้าไปมาโดยตลอด) จะไม่เหนื่อยก็คราวนี้แหละเรา..ฉลาด ๆ
พอถึงที่หมายต้องจ่ายตังพี่วิน อยากตอกย้ำความฉลาดของตัวเองให้แน่ใจอีกครั้ง
            "พี่คะ ตรงนี้มันใกล้สถานีเพชรบุรีมากกว่ารึเปล่า?"
             พี่วินพยักหน้าสรรเสริญความฉลาดของฉันเอง
จ่ายตังเสร็จด้วยความที่อยากทำให้ตัวเองดูเป็นมิตรกะผู้อื่น เลยเอาเรื่องของตัวเองมาเล่าสู่กันฟังกะพยาบาล

            "น้องค่ะ ตรงนี้ถ้าพี่มารถไฟฟ้าใต้ดินสถานีเพชรบุรีนี่ใกล้กว่าอโศกใช่มะ?"
            เหมือนพี่วิน พยาบาลทุกคนพยักหน้า ฉันได้แต่ยิ้มให้กับความฉลาดของตัวเอง
           "ตายละ พี่มากี่ทีก็มาลงที่อโศกตลอดเลย"

           ..ไม่รุตรูจะเล่าถึงความฉลาดของตัวเองทำไม...คิดแล้วก็ได้แต่ขำ ทำทำไมวะตู!!!

            พอตรวจเสร็จก็ขำไม่ออก เพราะหมอบอกว่า หากกินยาแล้วไม่ยุบก็คงต้องเจาะออกเหมือนคราวที่แล้ว..นึกภาพตามนะทุกคน...
            1.หยอดยาที่ตาให้ชาแล้วเอาเครื่องมือมาถ่างตาไว้
            2.พลิกเปลือกตาล่างตรงจุดเกิดเหตุออกมาท้าลม
            3.ฉีดยาชาด้วยเข็มเหมือนที่เค้าใช้ถอนฟันแต่ดูสลิมกว่ามาก จิ้มเข้าไปรอบบริเวณที่เป็นเม็ด
            4.หลังจากนั้นเราก็จะเห็นหมอเอาเครื่องมือหน้าตาคล้ายเข็มมาขูด ๆ จิ้ม ๆ เอาหนองออก
            ระหว่างนั้นเค้ากลัวว่าเราจะเห็นความสยองขวัญมากเกินไป เค้าก็จะเอาสำลีมาซับ ๆ เลือดให้..ซี้ดดดด กรูเห็นมาตั้งแต่แรกก็จะเป็นลมแล้ว หมอเองยังไม่อยากทำเลย

            ระหว่างทางขากลับคราวที่แล้วเดินขึ้นลงกระไดรถไฟฟ้าอย่างทุลักทุเลโดยลำพัง เพราะไปทำแบบกะทันหันไม่มีใครไปด้วย คราวนี้คิดว่าถ้าทำอีกจะไม่ลืมชวนใครไป..แต่ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน
             กว่าจะรู้ก็อาทิสหน้า ได้แต่หวังอยู่ลึก ๆ ว่าอย่าให้มีอีกเลย..สาธุฯ

สถาปนิกออกสื่อ

posted on 16 Sep 2009 18:35 by hwannaa  in WanHwan

หลังจากไม่ได้ออกสื่อมาเนิ่นนาน

ล่าสุดที่ออฟฟิสก็มีการจัดประกวดงาน Innovation รางวัลของทีมผู้ชนะจะได้ไปยุโรป ตามด้วยรางวัลที่ 2 ไปทัวร์นิวซีแลนด์ รางวัลที่ 3 ไปญี่ปุ่น

ไม่อยากจะคุย! ฉันเป็น 1 ใน 8 ทีมที่ได้เข้ารอบ..
"คุณเป็นทีมที่ได้ไปต่อ.."  กรรมการเค้าว่างั้น

ในที่สุด โอกาสที่ได้ออกสื่อก็เวียนมาถึงอีกครั้ง..เพราะอะไรน่ะหรือ
เรื่องของเรื่องก็คือ มันจะต้องถ่ายทำสกู๊ปแนะนำทีมที่เข้ารอบด้วย ..โดยทีมงานมืออาชีพอย่างจริงจัง มีตากล้อง ผู้กำกับ และ Creative ที่จ้างมาโดยเฉพาะ  การถ่ายทำทั้งหมดก็เพื่อฉายในวันตัดสินการประกวด ซึ่งจะประกาศผลที่โรงแรมดุสิตธานี

เรื่องชุด Dress ที่จะใส่ไปในงานประกาศรางวัลไว้ค่อยว่ากัน
ไอ้ที่จะเล่าก็คือ วันถ่ายทำสกู๊ป  ทีมงานถ่ายทำนัดกลุ่ม Inno เราร่วม 5 ชีวิตถ่ายทำที่ดาดฟ้าตึก...มันก็คือ ลานจอดฮ.นั่นเอง

รู้ตัวอีกที..พวกเราก็คือทีม "อัจฉริยะข้ามคืน" ดี ๆ นี่เอง  ตอนถ่ายทำถึงกับต้องรำพึงกับตัวเองว่า
"นี่กรูทำอะไรอยู่วะ!"

เริ่มต้นการถ่ายทำ..ที่ลานจอดฮ. ...กล้องพร้อม 3 4 Action!
ทีม Do Oooh! ทั้ง 5 คนเดินเรียงหน้ากระดานเข้าหากล้อง  ทุกคนใส่แว่นดำ..เท่โค่ด ๆ
น้องผู้ชายคนเดียวในกลุ่มมีเสื้อยีนส์พาดบ่าเดินอาด ๆ มาดนายแบบ  ส่วนสาว ๆ ที่เหลือเดินขาไขว้เลข 8 มาดนางแบบไม่แพ้กัน..ลานจอดฮ.กลายเป็นแคทวอร์คในทันที

หลังจากได้ภาพมุมกว้างแล้ว  ยังไม่พอครับ ยังไม่พอ..ทางทีมงานจะซูมเจาะเฉพาะคนครับพี่น้อง..ต้องถ่ายเจาะแต่ละคนอีกที  ในตำแหน่งเดิม แล้วเดินเข้าหากล้อง พร้อมกับหยุดยืนในตำแหน่งที่มาร์คไว้..หยุด..แล้วโพสท์ท่าเท่ห์ ๆ ด้วย..อีกครั้ง

กล้องพร้อม 3 4 Action!
ฉันเดินเข้าหากล้อง  หยุด.. ยิ้ม.. หันหน้าไปด้านข้าง.. กอดอก..จิกปลายเท้าขวา.. พักขาซ้ายลงเล็กน้อยลมพัดเปิดเส้นผมที่ม้วนลอนหยิกมาจากบ้าน..เปิดให้เห็นดวงตาที่ติดขนตาปลอม ทาเปลือกตาวิบวับสีเงิน..ปากแดง Grossy แวววาว..ได้จังหวะพอดี

"คัทครับ.. ขออีกที  ยิ้มอีกหน่อยครับ.."  อ่าว..แสรด  แต่แล้ว Take 2 ก็ผ่านไปด้วยดี

แล้วมันก็มาสุด ๆ ตอนนี้ครับ

กล้องพร้อม 3 4 Action!
กลางลานจอดฮ. 4 หญิงสาวและ 1 หนุ่ม  ล้อมเป็นวงกลมหันหลังเข้าหากัน  กล้องถ่ายแพนตามเส้นรอบวง ในมุมเงย แล้วตามด้วยถ่ายเจาะ Freeze ใบหน้าของแต่ละคนในลีลาเก๊กเท่ห์
จังหวะนี้จะขึ้นตัวหนังสือแนะนำชื่อแต่ละคน..ข้ามคืนแน่..ฮากันข้ามคืนแน่..หากได้ดูซีนนี้..แล้วฉันจะอ้วนมั้ยอะในมุมเงยเยี่ยงนั้น

ยังไม่พอ มันยังไม่จบแค่นั้น
ลงมาจากลานจอดฮ. พอดีมีบันได  ทีมถ่ายทำจัดให้เราทั้ง 5 มายืนและนั่งเก๊กกันอยู่ที่บันได
ฉันยืนเป็น Foreground อยู่ด้านหน้าพร้อมกับน้องผู้ชาย  ผู้กำกับสั่งให้เราเอามือท้าวราวบันไดแบบเท่ห์ ๆ
ฉันเอามือพาดราวทำท่าเก๋าทันที ขาซ้ายอยู่ที่พื้นล่างสุด ขาขวายกเหยียบบันไดขั้นแรกไว้..โอววว...เท่โค่ดดดดด

"น้องครับเอามือลงดีกว่า.. แค่กอดอกเท่ห์ ๆ ก็พอ  อย่างนั้นมันดูเก๋า ๆ มันแมนไปครับ"
อืมมม..ลืมตัว  แต่สงสัยอยู่ว่ามุมข้างลำตัวของฉันแบบนั้น  ..แขนมันใหญ่ไปมั้ยอะ 
ยืนสัมภาษณ์มุมนี้กันอยู่นาน  ยืนท่านั้นอยู่จนปวดเข่าขวา ดูชราภาพมาก
แล้วก็มาจบที่โต๊ะทำงานของพวกเราเพื่อถ่ายเก็บภาพตอนทำงานแบบสร้างภาพ

กล้องพร้อม 3 4 Action!
เราทั้ง 5 คนประชุมกันอย่างเคร่งเครียด..เนื้อหาทั้งหมดของการประชุมไว้ค่อยว่ากันอีกที  แล้วตัดภาพไปที่
น้องผู้หญิงสองคนเดินมาตามทางเดินทำท่าปรึกษาแบบกันอย่างขึงขังจริงจัง..Fake มาก
แล้วก็ตัดกลับมาที่โต๊ะทำงาน..ฉันกับพี่แตงทำทีเป็นปรึกษากันพร้อมกับมีภาพ Sketch ประกอบจากพี่แตง ส่วนฉันเอาแต่พูดถึงเรื่อง "ครก" อยู่ตลอดเวลา (พอดีทำเรื่องครัวน่ะ)..โชคดีที่ซีนนี้ไม่ได้เก็บเสียง ถ่ายเฉพาะภาพอย่างเดียว ไม่งั้นอาจจะต้องมีใครถามถึงสากด้วยเป็นแน่!
แล้วจบด้วยภาพน้องผู้ชายคนเดียวในกลุ่มกำลังแก้งาน 3D ในคอมพิวเตอร์

ภาพทั้งหมดที่ตัดต่อแล้วเสร็จ..ยังไม่มีใครได้เห็น  แต่ทั้งบริษัทจะได้เห็นพร้อมกันในวันที่ 14 กันยายนนี้ และไม่ว่างาน Innovation ของเราจะได้หรือดับ..ที่แน่ ๆ อย่างน้อยพวกเราทั้งกลุ่มก็จะได้เป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างแน่นอน

อุแม่เจ้า!..สถาปนิกอย่างเราได้ออกสื่ออีกแล้วครับทั่น!!!

ผู้หญิงร้าย ผู้ชายรัก

posted on 18 Aug 2009 20:14 by hwannaa  in WanHwan

ไม่คิดมาก่อนเรย..ว่าจะซื้อหนังสือ "ผู้หญิงร้าย ผู้ชายรัก" มาอ่าน

แต่สุดท้ายก็มีมันมาประดับตู้หนังสือจนได้  ส่วนเนื้อหาข้างในก็ได้ใช้เปิดสมอง และเบิกเนตรให้สว่าง
เนื้อหาเหมาะสำหรับผู้หญิงที่กำลัง "จมปลัก" หากกล่าวด้วยภาษาสุภาพและ  "เป็นควาย" หากกล่าวด้วยความจริงใจพร้อมทำร้ายจิตใจอย่างหยาบคาย

ถ้ามีใครได้อ่านละก็ในหนังสือจะแบ่งหญิงสาวเป็นสองประเภท
"หญิงสาวแสนดี" และ "หญิงร้าย" (Bitch) ซึ่ง Meaning ของหญิงร้ายไม่ใช่ร้ายแบบร่าน เลว ชั่ว เพศยา นะ แต่ว่าเค้าหมายถึง ผู้หญิงที่รู้จักความต้องการของตัวเอง มั่นใจ และไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบ


มีการยกกรณีตัวอย่างหลาย Case ที่เจอกันได้บ่อย ๆ มากในชีวิตจริง บางเรื่องเราก็มองข้ามไป แต่พอได้อ่าน ก็ทำให้นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองเหมือนกัน หลายอันซะด้วย..แล้วมันก็จริงด้วยแฮะ..ฉันมันก็... หญิงที่จมปลักนี่เอง

ทางออกของการแก้ปัญหาของความสัมพันธ์เหล่านี้ตามที่หนังสือบอกก็คือ
-ต้องรู้จักความต้องการของตัวเอง
-มั่นใจ
-ไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบ
แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ...ต้องรู้จักแยกแยะระหว่าง "คนที่เรารัก" และ "คนที่สมควรรัก"

ผู้หญิงมักจะบูชาความรักเสมอ แต่ก็ไม่ค่อยจะรักคนที่สมควรรัก  ผู้หญิงเหล่านี้จึงมักจะพบกับความช้ำใจ..นี่คือผู้หญิงแสนดี  ที่สุดท้ายก็ต้องอยู่คนเดียวพร้อมกับกองน้ำตาและการรอคอย

ฉะนั้นไม่แปลกใจเลยที่ผู้หญิงที่รู้จักรัก -คนที่สมควรรัก-  จะพบกับความสุขมากกว่า  แม้จะไม่เจอคนที่ว่า  หล่อนก็จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพราะอย่างน้อยหล่อนก็จะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร

เคยคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงร้าย  แต่พออ่านเล่มนี้จบ...
เอ๊า....ฉันเป็น "ผู้หญิงแสนดี" นี่หว่า!
มิน่าฉันถึงยังต้องนั่งอยู่คนเดียว, จมกองน้ำตาได้เรื่อย ๆ  และเมื่อยอยู่กับการรอคอย...

แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองอยากจะเป็นผู้หญิงร้ายแต่ได้เลือกหรือเปล่า?
หรือว่าเราก็ควรจะรักของเราอยู่อย่างนี้  ไม่มีเค้าแต่เราก็สุขใจตามอรรถภาพ  ถึงจะดูโง่หน่อย..แต่มันก็ทำให้เราแน่ใจได้ว่า  มันคือ "รักแท้" แม้เราจะไม่ได้ครอบครองก็ตาม.