คู่รัก Part Time
posted on 09 Jun 2009 19:40 by hwannaa in Fiction
"Good night. I had a good time. Hope you had it so." พี่เอสส่ง sms มาให้ฉันหลังจากเดินทางกลับจาก Trip ประจำปีของฝ่าย "สิมิลัน วันฟ้าใส" -Trip ที่ฉันรอเพื่อจะได้ไปกับพี่เอส
แต่ฟ้าน่าจะใสกว่านี้และฉันน่าจะมีเวลาที่ดีอย่างที่เค้าหวัง.....ถ้า..ยัยนั่น..ไม่ไป
"พิม" = หญิงสาวอายุราว 37 ปี หน้าตาดี หุ่นดี ผิวขาว อาชีพ Marketer ลูกน้องเก่าบอสและที่ยังเป็นปริศนาสำหรับฉันก็คือ เค้าเคยเป็นกิ๊กหรืออดีตแฟนของพี่เอสด้วยหรือเปล่า? จนถึงวันนี้ฉันก็ยังไม่กระจ่าง...
"ฉัน" = หญิงสาวอายุ 33 ปี หน้าตา..พอใช้ หุ่น..เอ่อ พักหลังออกแนวเผละ ผิว....พอเถอะ..สรุปเลยละกันว่านอกจากความสาวกว่าแล้ว ฉันแพ้ทุกประตู!...อ่าวววว
แล้ว Trip ที่ฉันรอมาตลอดทั้งปีก็ได้กลายเป็นสมรภูมิระหว่างฉันกับ..ยัยนั่น..
ที่สนามบินภูเก็ต : เราสองอันได้แก่ฉันและพี่เอสเดินทางจากกรุงเทพฯ เพื่อตามไปสมทบกับคนอื่น ๆ ในฝ่ายที่เดินทางล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ณ รีสอร์ทที่เขาหลัก จ.พังงา ส่วนเที่ยวบินของยัยนั่นและพี่จุ๋ม (ลูกน้องเก่าของบอสอีกคน) คนละ Flight กับเที่ยวบินของฉันและพี่เอส ฉันและพี่เอสจึงรออยู่เพื่อจะนั่งรถของโรงแรมไปพร้อมกัน เมื่อทั้งสองท่านมาถึงเราก็เดินไปขึ้นรถ ยัยนั่นเปิดฉากด้วยการเดินปรี่แทรกหญิงสาวร่างเล็กอย่างฉันเข้าไปเกาะบ่าพี่เอสอย่างสนิทสนม... 1 ดอกเต็มตา กระสุนฝังที่ตาซ้าย แต่ดูพี่เอสไม่ได้สนใจอะไร
ระหว่างนั่งรถไป..ไม่มีอะไร ฉันคงคิดไปเอง เค้าอาจเป็นแค่เพื่อน..สนิทกัน..รึเปล่า?!!
"เอาไม๊ค่ะ" เป็นประโยคชวนกินหมากฝรั่งที่ดู Friendly ที่สุดของยัยนั่นตลอด Trip นี้และต่อหน้าคนอื่น เพราะนอกจากนี้แล้วหล่อนไม่เคยอยากจะเสวนาหรือชายตามามองฉันเลย ..ทำไมหนะเหรอ..เพราะในสายตาหล่อน คอยจ้องจับหาโอกาสอยู่กับพี่เอสตลอดเวลานะสิ แต่ถ้าอยู่ต่อหน้าคนอื่นหล่อนก็จะทำเป็นไม่สนใจพี่เอส...ร้ายกาจที่สุด!!!
ส่วนฉัน..หญิงชาวบ้านที่ดูวุ่นวายใจตลอดทั้ง Trip ไหนจะมียัยครูประชาบาลที่คอยโทรหาพี่เอสตลอดเวลาตั้งแต่เครื่องยังไม่ขึ้นจนถึงโรงแรม ไหนจะยัยนั่นอีก..ฉันกลายเป็นผู้หญิงวุ่นวาย(ใจ) กับผู้ชายพายเรือ (พี่เอสที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่) แต่เรือของเราอยู่คนละลำ ฉันพายเรือตามเรือเค้าที่พายอย่างชิล ๆ โดยมียัยครูประชาบาลคอยถือหางเสือ ส่วนที่กลางลำเรือมียัยนั่นนั่งเคียงคู่กับพี่เอสอยู่ ในมือหยิบดอกบัวที่เก็บมาดมเย้ยฉัน..ฉันพายเรือตามไม่ทัน..เพราะเรือเค้าดันเป็นเรือยนต์...............ไม่อยากจะยุ่งละ ฉันจะไปตามทางของฉันแล้ว ..ทว่าสถานการณ์บังคับทำให้ทุกคนยังลอยเท้งเต้งอยู่ในสายน้ำเดียวกันและวังน้ำวนนี้ต่อไป
ถึงที่พัก คนส่วนใหญ่เดินทางไปเที่ยวเขาสกแล้ว ฉันจำต้องอยู่กับผู้คนเหล่านี้ต่อไปพร้อมกับแก๊งค์เหล้าของบอส โชคดีที่มีน้องพริก-เด็กน้อยลูกของพี่ในฝ่ายที่รอวันเที่ยวประจำปีเพื่อจะได้เล่นน้ำและอยู่กับฉัน...น้องพริกคงทำให้ฉันลืมวังวนนี้ไปได้บ้าง เพราะฉันคงจะต้องไปกังวลกับการเลี้ยงเด็กแทน
แต่ก่อนอื่นต้องเอาของไปเก็บในห้องก่อน
บอสเดินเข้ามาส่งกุญแจให้พี่เอส-บอสและพี่เอสนอนด้วยกัน
ส่วนฉันรอกุญแจห้องอยู่ที่เคาน์เตอร์
บอสผู้ที่รู้แก่ใจว่าฉันกับพี่เอสกิ๊กกันอยู่ก็พูดกับยัยนั่นว่า..
"อยากเปลี่ยนห้องกับพี่ไม๊..." ยัยนั่นทำหน้าหยีใส่บอส แล้วตอบกลับไปว่า
"หนูไม่เอาแล้วค่ะ หนูมีของหนูแล้ว" หล่อนชักสีหน้าและหัวเราะคิกคักกับบอส ในขณะที่พี่เอสเดินหนีไป
ฉันได้ดูละครฉากนี้จนจบ...แต่ไม่นึกว่าตัวเองจะต้องไปเข้าซีนด้วย บอสหันมามองฉันพลางยกกุญแจสูงขึ้นแล้วแกว่ง
"อ้าว...ใครอยากประมูลกุญแจห้องพี่มั่ง?!!" บอสพูดแล้วยิ้มอย่างสนุกปาก
ไม่น่าเชื่อเจ้านายที่เคยสั่งคนทั้งออฟฟิศห้ามแซวฉันหรือพูดจาล้อฉันเรื่องพี่เอสตอนเกิดสถานการณ์ The Holiday เมื่อปีใหม่หลายปีก่อน เพราะกลัวฉันสะเทือนใจ..แต่วันนี้กลับมาทำมันเสียเอง สงครามจึงได้ประกาศขึ้นอย่างเป็นทางการผ่านสหประชาชาติทันที
ฉันไม่อยากสนใจ..เบือนหน้าหนี คิดในใจว่าอย่าเอาฉันไปร่วมวงจรอุบาทว์นี้ด้วยเลย แต่ไม่ว่าจะหนีมันเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีฉันก็อยู่ในวังวนนี้อีกแล้ว
หลังจากเล่นน้ำกับน้องพริก ทีมศิลปินอันได้แก่ พี่ตู่ พี่เอส และยัยนั่น..ก็เดินไปวาดรูปที่ริมทะเลกัน น้องพริกอยากไปทะเล ฉันเลยมีอันต้องร่วมขบวนไปด้วยอย่างเสียมิได้ จนพี่เอสชวนน้องพริกวาดรูปด้วย ฉันจึงต้องเข้าวงเวียนชีวิตไปโดยปริยาย
วาดรูปกันอยู่สักพักฝนตกลงมาห่าใหญ่ พวกเรารีบวิ่งไปที่ระเบียงห้องน้องพริกที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อหลบฝน แต่ฝนไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยแม้แต่น้อย เราจึงสรุปว่าจะวาดรูปต่อที่ระเบียงห้องน้องพริกนี่แหละ จัดที่ทางเสร็จทุกคนก็เริ่มวาดรูปต่อ มีฉันนั่งดูทุกคนวาดรูปอยู่ห่าง ๆ แต่นั่งอยู่ข้างพี่เอส จังหวะที่เงียบที่สุดอยู่นั่นเอง ก็มีเสียงเพลง "Loving U" ดังขึ้น...ยัยนั่นร้องเพลงออกมาทำลายความเงียบด้วยท่อนแรก ตามด้วยท่อนที่ 2 จากพี่ตู่ และเสียงผิวปากสำทับตบท้ายจากพี่เอส...ไพเราะมากกกกก...ส่วนฉัน -อ้วก-
ฉันเลยทำลายความโรแมนติกกลางสายฝนด้วยการบ่นว่าหิว พร้อมกับถามพี่เอส
"พี่เอสคะ ขนมที่ซื้อมาวันนั้นอยู่ที่ไหนอะ..อยู่ในกระเป๋านี้หรือเปล่า?"
ฉันพยายามแสดงความสนิทสนมกับพี่เอสบ้าง เปิดฉากยิงกระสุนใส่..แต่ดูเหมือนกระสุนจะถากไป ไม่มีใครสนใจปืนแก๊บ มีแต่พี่เอสที่กุลีกุจอหยิบขนมให้ พร้อมบ่นว่าฉันหิวเพราะกลางวันกินน้อยไป..
หลังจากนั้นมื้อเย็นเราก็เดินทางไปกินข้าวเย็นร่วมกับผู้ร่วมTrip ท่านอื่นที่ไปเขาสกกัน
ที่ร้าน "ยิ้มยิ้ม" มื้อเย็นนี้พี่เอสก็ดูสนใจฉันดี จนพี่แฟงที่ตามมาสมทบทีหลังออกปากว่าฉันไม่ต้องกลัวยัยนั่นหรอก..หวานดูเป็นต่อกว่ามาก ฉันจึงต้องรีบบอกพี่แฟงว่าอย่างเพิ่งสรุปถ้ายังไม่นับศพทหาร..สงครามเพิ่งจะเริ่มต้น แล้วฉันก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่แฟงฟัง หลังจากนั้นทีมนางเอก (ขอให้เข้าใจว่านางเอกก็คือฉัน) และเพื่อนนางเอกก็เริ่มปฏิบัติการสังเกตยัยนั่นและจัดแจง Build ให้ฉันสู้ แต่ดูเหมือนจะ Build ไปก็เท่านั้นเพราะคนที่คอย Build ยัยนั่นไม่แพ้พี่แฟงก็คือ "บอส" ที่คอยสั่งให้พี่เอสดูแลยัยนั่นตลอดเวลา
เช้าวันรุ่งขึ้นตามโปรแกรมวันนี้จะไปดำน้ำกัน ฉันนั่งกินข้าวกับพี่เอสแล้วก็เดินตามกันไปขึ้นเรือ เค้านั่งท้ายเรือคนละที่กับฉัน แต่ก็เอาของมาฝากไว้ ที่สำคัญนั่งแยกกับยัยนั่นที่อยู่หัวเรือ..โล่งอก แต่ก็ได้ไม่นานเพราะตอนดำน้ำที่เกาะเจ็ด..ที่แรก ภาพที่ได้เห็นนอกจากปลาไหลมอเร่แล้ว ยังมีปลาไหลชรากับโลมาตัวแม่ว่ายน้ำเคียงคู่กันมาให้เห็น..เล่นเอาฉันจ๋อยด๋อย ฉันโดนเล่นตอนทีเผลอ
ส่วนพวกพี่แฟงและปิ๊กที่เห็นดังนั้นจึงจัดแจงให้ฉันไปแย่งกลับมา..แต่ถ้าเค้าไม่มีใจ เราจะไปแย่งเค้ากลับมาเพื่ออะไร? เค้าอาจจะสมกันดีแล้วก็ได้!
พอแวะกินข้าวเที่ยงที่เกาะสี่พี่แฟงรีบจัดแจงไล่ให้ฉันไปนั่งกับพี่เอส..และเหมือนเดิมยัยนั่นและบอสตามมานั่งร่วมโต๊ะด้วย เผอิญที่นั่งไม่พอขาดไปหนึ่งที่ ฉันที่มาพร้อมน้องพริกจึงสละให้น้องพริกร่วมโต๊ะเค้าไป ส่วนฉันแยกไปนั่งโต๊ะข้าง ๆ ด้วยอาการเซ็งเกินบรรยาย แต่ก็ได้ผลเพราะทุกคนที่ร่วมโต๊ะนั้นต้องหันมาสนใจดูแลน้องพริกกันยกใหญ่
ถึงเกาะแปดเป็นจุดชมวิวและพักผ่อนถ่ายรูปตามอัธยาศัย ขณะที่ฉันกำลังหมดใจ พี่เอสก็เดินมาชวนฉันไป...ปีนเขา! เลือกได้เหมาะมาก ดำน้ำเลือกยัยนั่น กะฉันชวนไปปีนเขา...ถึงแม้จะแอบเซ็ง แต่ Moment นั้น ฉันและเค้าก็ Happy ที่สุด ..ที่จุดชมวิว "หินเรือใบ" เราได้ใช้เวลาร่วมกันโดยไม่มีใครแทรก ได้กลับมาตาสว่างอีกทีก็เมื่อกลับมาถึงที่พัก พี่เอสลงจากเรือปุ๊บก็ให้ฉันหยิบรองเท้าให้ แล้วก็ทิ้งฉันไว้แค่ตรงนั้น "ถุงรองเท้า" พอเค้าได้รองเท้าสมใจเค้าก็หันไปรอยัยนั่น (และพวกพี่จุ๋ม บอส) อย่างเห็นได้ชัด ฉันถึงกับสลดอีกครั้ง พอกันที..ฉันจะไปว่ายน้ำในสระไม่สนใจขยะอย่างพวกแกแล้ว...
ฉันกลับไปที่ห้องเปลี่ยนชุดว่ายน้ำเพื่อมาว่ายอย่างจริงจัง กลับมาที่สระอีกครั้งภาพที่เห็นคือยัยนั่นเล่นลิงชิงบอลกับสาวๆ ในฝ่ายเราอย่างสนุกสนาน..ในชุดว่ายน้ำสุด x ขาว..หุ่นดี..ฉันคิดในใจ...ยกให้เค้าไปเหอะ ฉันแพ้ละ!
มื้อค่ำวันนี้มีคาราโอเกะ พี่เอสไม่ได้ร่วมโต๊ะกับฉันเหมือนเคย ..ฉันไปทีหลังและไม่อยากนั่งร่วมโต๊ะด้วย แต่ปิ๊กก็แอบเห็นว่าเค้านั่งมองฉันที ยัยนั่นที สร้างความหงุดหงิดกับปิ๊กมาก ส่วนฉันก็เลิกสนใจเค้าละ เจ้าแม่ Nursery อย่างฉันเต้นสนุกกับเด็ก ๆ ดีกว่า ทั้งน้องพริก น้องโบ้ต น้องปลา ฯลฯ
ส่วนพี่เอสทำท่าจะกลับไปนอนก่อน เค้าไปเอากุญแจที่บอส..บอสส่งกุญแจให้พร้อมพูดว่า
"นี่มึงจะไม่ดูแลใครเลยใช่มั๊ย?!!" และคนที่บอสอยากให้พี่เอสดูแลก็คือ "ยัยนั่น"..ที่ไม่ได้กินเหล้าเลยแม้แต่น้อย ส่วนฉัน พี่แฟง และป๊อก (น้องสาวของพี่แฟง) เมาไวน์กันจะตายหะ ต้องเดินกลับห้องกันไปเอง โดยเฉพาะฉันที่ต้องเดินกลับไปเพียงลำพัง..กับไอ้ชาติ..ต่างคนต่างเดิน..
ขณะกำลังหลับตาลงอย่างเซ็งจิต เสียง SMS ก็ดังขึ้น
"It's fun party, wasn't it? And fun day too, good night."
พี่เอสส่ง Message มาราตรีสวัสดิ์ฉัน..ใช่สิ! สำหรับเค้าคงสนุกมาก.. ฉันหลับตาลงนอนพร้อมภาพคนทั้งคู่ดำน้ำเคียงคู่กันแว่บเข้ามาในหัว
เช้าวันสุดท้ายที่เขาหลัก ทุกอย่างดูสงบและดูกลับสู่สภาพปกติ มื้อเช้าเค้ามานั่งกินข้าวด้วยเหมือนเคย แล้วก็ตามไปวาดรูปสีน้ำที่ห้องของฉัน...ไม่ต้องตื่นเต้น มีน้องพริกไปนั่งวาดด้วย ฉันนั่งดูอยู่เหมือนเคย สักพักพี่ตู่ก็ตามมา ..และท้ายสุด ยัยนั่นก็ตามมาทำลายทุกอย่างลง
"พี่ตู่ขา...ตรงนี้ลงสีอะไรดีคะ..หนูทำแล้วไม่สวยอะค่ะ.." เวลาอ่านกรุณาลากเสียงขาให้ยาววววว และออดอ้อนให้มากที่สุดเพื่อเรียกร้องความสนใจอย่างคนพูดด้วย ทั้งที่เจ้าหล่อนเพิ่งขายภาพสีน้ำมันฝีมือตัวเองไป (แหล่งข่าวอันได้แก่ พี่ตู่ แจ้งให้ทราบ)
ใกล้เวลากินข้าวเที่ยงทุกคนเริ่มระบายสีเสร็จก็ทยอยไปกินข้าว พี่เอสเริ่มเก็บของไปล้าง ฉันซึ่งเป็นเจ้าของห้องก็ช่วยเก็บของ..เหลือแต่ยัยนั่นยังนั่งอยู่ ไม่รู้รออะไร หล่อนให้เหตุผลกับพี่ตู่ว่าจะระบายสีต่ออีกนิด
ระหว่างนั้นเหลือฉันและยัยนั่นเพียงลำพังที่ระเบียง ฉันพยายามเก็บแก้วที่ยัยนั่นใช้..เอื้อมมือไปไม่ถึง แขนสั้น..เอ๊ะ! แต่เค้ายังใช้อยู่หรือเปล่า
"อันนี้ยังใช้อยู่หรือเปล่าคะ?" ฉันถาม
แทนที่จะมีเสียงตอบกลับกลายเป็นการส่งแก้วน้ำให้แบบไม่มองหน้า แล้วก็เปิดตูดไป พร้อมกับไม่ลืมทิ้งรูปที่ตัววาดไว้เพื่อให้พี่เอสเอาไปให้ทีหลัง..ที่กรุงเทพฯนะ พร้อมกับกล่องสีน้ำมันอีกกล่อง ที่ปัจจุบันรอเจ้าของอยู่ที่ใต้โต๊ะพี่เอสในออฟฟิศ
สงครามเย็นเป็นอันสิ้นสุดซะที..ฉันคิด พวกเรากำลังเดินทางกลับ รอเวลารถออกไปยังสนามบินภูเก็ตตอนบ่ายสองโมง ทุกคนอันได้แก่ ฉัน พี่แฟง ป๊อก พี่เอส พี่ตู่ และบอส นั่ง ๆ นอน ๆ อัดรวมกันอยู่ในห้องเดียวกันข้างห้องยัยนั่น ดูทีวีรวมกันอย่างสนุกสนานสักพัก ยัยนั่นก็ตะโกนมาว่าจะกินมาม่า..พอดีบอสพกมา พี่เอสจึงอาสาไปหยิบมาให้ ซีนนี้ฉันและกลุ่มเพื่อนนางเอก (ยืนยันอีกครั้งว่าฉันคือนางเอก) เฝ้าสังเกตการณ์อยู่
"เดี๋ยวเค้ามากินที่นี่ครับ" พี่เอสแจ้งให้ทราบ สิ้นเสียงพี่เอส บอสก็ลุกจากที่นอน กุลีกุจอไปต้มน้ำให้
น้ำเดือดไป 3 ชาติ หล่อนก็ยังไม่มา บอสที่ตอนนี้กลายเป็นคนต้มน้ำไปแล้ว เดินไปเรียกที่ระเบียงให้คนอยากกิน มากินได้แล้ว น้ำเดือดแล้ว...ตอนนี้ถ้าบอสไม่กลัวมาม่าอืดคงชงเสิร์ฟให้ไปแล้ว ฉันคิดเอาเองว่ายัยนั่นคงนั่งแต่งหน้าอยู่
ขณะที่เวลารถออกใกล้เข้ามาเต็มที ยัยนั่นจึงนวยนาดเข้ามากินมาม่าในห้อง พร้อมกับพูดด้วยท่าทีน่าเอ็นดูว่า
"ไม่ได้หิวหรอกค่ะ แต่พอดีเห็นชามมาม่าที่ข้างห้อง ก็เลยอยากกิน.." หล่อนแจ้งให้ทุกคนในห้องทราบ ...ดีจัง บอสตั้งใจต้มน้ำให้คนที่ไม่ได้ตั้งใจกิน ที่สำคัญคนอยู่เต็มห้องก็ยังจะต้องมานั่งกินที่นี่อีก ฉันและกลุ่มเพื่อนนางเอกจึงชี้ชวนกันไปรอที่ล็อบบี้ คนอื่น ๆ จึงทยอยเดินตามมา
รถตู้เดินทางไปยังสนามบินพร้อมแล้ว พวกเราจึงเข้าไปรอกันในรถ ฉัน พี่แฟง และป๊อกเข้าไปนั่งที่ท้ายรถ พี่เอสตามมานั่งแถวที่สองที่นั่งคู่ ทันใดนั้นภาพที่เห็นเป็นพี่จุ๋มที่รู้จังหวะที่นั่งของตัวเองเป็นอย่างดี ฉีกไปนั่งที่เดี่ยว เหลือที่นั่งข้างพี่เอสที่ว่างอยู่ก็มียัยนั่นเข้าไปนั่งสวมทันที
ระหว่างนั่งรถไปยังสนามบิน ความสนิทสนมที่มีให้เห็นในเบื้องหน้าตอกย้ำระยะห่างที่พี่เอสมีและรักษากับฉันมาตลอดTrip ระยะห่างที่พี่เอสมีให้ฉันและยัยนั่นไม่เหมือนกัน และความลวงอะไรบางอย่างที่ยังไม่เปิดเผย แต่ฟ้องด้วยภาพได้เรื่อย ๆ และได้อีก ๆ
...กระซิบกระซาบกันข้างหู...หัวแนบหัว...
ถ้าสงครามสงบไปแล้ว นี่ก็คงเป็นการทรมานเชลยศึก
...เพื่อนเจ็บ!!!
พี่แฟงช่วยปลอบใจ-บอกว่าเค้าคุยกันเรื่องการเขียนภาพ
ป๊อกหลับตา-อยากจะอ้วกใส่คู่ข้างหน้า แต่ที่จริงป๊อกอยากอ้วกเพราะเมารถ
แก๊งค์นางเอกของฉันเริ่มจะดูเป็นตัวร้ายในบัดดล ..หรือว่าเรื่องนี้ฉันไม่ใช่นางเอก
แต่ที่แน่ ๆ คงอย่างที่เค้าว่ากัน ..ผู้หญิงร้าย ผู้ชายรัก...และเรื่องนี้ฉันเป็นคนดี.