1. My Profile… “Hwan”
posted on 27 Apr 2009 00:30 by hwannaa in Fiction17.30 น.
ทันทีที่มีคนลุกขึ้นจากที่นั่งพร้อมสัมภาระเป็นคนแรก คนที่ 2..3..4.. ก็ทยอยลุกตามไป ในออฟฟิศเริ่มมีเสียงหัวเราะพูดคุยกันเฮฮาไร้สาระ ผิดกับบรรยากาศในยามบ่ายที่อึมครึมมาคุ เสียงที่ได้ยินมีแต่เสียงโทรศัพท์สลับกับเสียงเมาส์คลิก
"กลับแล้วนะครับพี่หวาน" เสียงน้องในส่วนคนแรกเริ่มลากลับบ้านบ้างแล้ว ตามด้วยอีกคน..อีกคน..และอีกคน..
ซอยที่นั่งทำงานของส่วนงานฉันเริ่มวาย ไม่แปลกหรอกที่วันนี้ทุกคนจะกลับกันเร็ว วันศุกร์ ก็คือ "วันสุข" ของคนทำงาน บ้างก็สังสรรค์กันเองในหมู่เพื่อนร่วมงาน บางคนก็นัดเพื่อนที่อื่น บางคนก็นัดแฟน ส่วนฉัน...วันนี้ไม่มีนัด..
<<<
Hwan : My Profile (165 Views)
What are you doing now?
"I'm in love again!!?" ...ฉันตกหลุมรักอีกแล้ว เครื่องหมายตอนท้ายแสดงอาการตกใจระคนไม่แน่ใจ.. คนตกหลุมรักจะมีสติพอที่จะรู้ไหมว่าตัวเองกำลังตกหลุมรักอยู่?
Info Contact Birthday : June 1
http://hwannaa.hi5.com/ Sex : Female
Location : BKK, Thailand Relationship Status : Single
>>>
สถานะ : โสด..บางคนใน Hi5 สถานะมีไว้เพื่อสร้างภาพ...สร้างภาพว่าโสด เพื่อสร้างโอกาสให้ไม่โสด หรือบางคนสร้างภาพว่าไม่โสด เพื่อสร้างโอกาสให้ไม่โสดมากขึ้นได้อีก ส่วนฉัน...โสดไม่สร้างภาพ เล่นจริง เจ็บจริง ไม่มี Stand in อื่น ๆ แล้วแต่โอกาส
<<<
About Me
นิสัย : ปากดี ขี้เหงา เอาแต่ใจ ... ตามประสาผู้หญิงมั่นใจที่ยังไม่มีแฟน
สันดาน : Auto "วีน" Mode... พร้อมรบทุกครั้งเมื่อถูกรังแก
ลักษณะเด่น : "บานปลาย"...ในชีวิตฉันไม่ว่าจะเรื่องอะไร เริ่มต้นด้วย 0 มักจะจบลงด้วย a (Infinity) เสมอ >>>
อาทิ เรื่องมันเริ่มมาจากช่วงนี้มีวิกฤตเศรษฐกิจส่วนตัวเป็นอย่างหนัก เหลือเงินเพื่อดำรงชีวิตหลังจากที่จ่ายค่าคอนโดไปแล้วเป็นเงิน 200 บาท..เวร ต้องใช้ไปทั้งอาทิตย์นะเนี่ย จึงหาวิธีแก้ไขปัญหาด้วยการเอาข้าวมากินกลางวันแทน
เช้าวันนี้จึงตื่นมาทำอาหารเพื่อนำไปเป็นมื้อเที่ยง..ฮึ ฮึ มีข้าวสวยเหลืออยู่เมื่อวานพร้อมกับยำปลาเค็ม รวมทั้งจับฉ่ายที่กำลังนิ่มอร่อยได้ที่...ก็เลยทำผัดสะตอกับไส้กรอกเสริมเข้าไปอีก ทำเสร็จสรรพดูปริมาณกับข้าว กับปริมาณข้าวสวยแล้ว ไม่สมดุลกันอย่างแรง จึงลงทุนหุงข้าวเพิ่มด้วยไมโครเวฟ ใช้เวลานานกว่าที่คิด เบ็ดเสร็จทั้งสิ้น 20 นาทีได้...หุงเสร็จปริมาณข้าวแน่นพอควรทีเดียว แพคหมู่มวลข้าวเที่ยงลงในกล่องเตรียมแบกไปทำงานด้วย... "น่าจะมีผลไม้ด้วย" นึกในใจแล้วก็เปิดตู้เย็นหยิบลูกพลับสดใส่กล่องไปอีก 3 ลูก แล้วก็ไปอาบน้ำสบายใจเฉิบ
"สถานีต่อไป..พระโขนง..." สิ้นเสียงประกาศบอกสถานีในรถ BTS เพิ่งนึกได้ว่าไอ้อาหารทั้งหมดที่เพียรทำเมื่อเช้าลืมหยิบมา...บ้าบอสิ้นดี! อุตส่าห์จะประหยัดค่าอาหารกลางวันดันมาลืมซะนี่ ครั้นจะกลับไปเอาแล้วไปทำงานก็จะสายกว่าเดิม จะใช้เหตุผลว่ากลับไปเอาข้าวเที่ยงก็ดูจะฟังไม่ขึ้น ชั่งใจอยู่ระหว่างทิ้งไว้อย่างนั้นแล้วกลับไปกินตอนเย็น กับเที่ยง ๆ นั่งรถไฟฟ้ากลับมากินอันไหนจะคุ้มกว่ากัน นึกอยู่ไม่เป็นอันทำงานจนเที่ยง จึงได้ตัดสินใจนั่ง BTS กลับนิวาสสถานสร้างความงุนงงให้ผู้คนในออฟฟิศเป็นอย่างมาก ว่าต้องมีอะไรมากกว่าข้าวเที่ยงที่คอนโด แน่นอน..โธ่! คิดกันไปได้..
"สถานีต่อไป..สุขุมวิท.." ระหว่างกำลังแตะบัตรขาออก นึกได้อย่างบัดดล.. ไม่สิ...บัดซบ ลืมหยิบกุญแจห้องออกมาจากเป้ ดันพกมาแต่กระเป๋าตังกับมือถือ กรรม..จะกลับไปกินที่ออฟฟิศอีกก็ดูไม่มีจุดยืน สุดท้ายก็ได้แต่เดินวนเวียนอยู่ในสถานีรถใต้ดิน ติดอยู่ในชะตากรรมของตนเอง ทำได้แค่เพียงหยิบโทรศัพท์โทรไประบายความโง่ให้เพื่อนบางคนฟัง คุยไปคุยมา พร่ำด่าตัวเองว่าน่าจะพกกุญแจสำรองไว้ ตาก็มองหาของกินราคาถูกเพื่อแก้สถานการณ์ไปก่อน ทันใดนั้นเองก็นึกขึ้นได้ว่าเราพกกุญแจสำรองไว้ในกระเป๋าตังนี่หว่า...แล้วเปิดดู...มีจริง ๆ ด้วย จึงได้ออกเดินทางต่อไป
เที่ยงสี่สิบนาที...ได้กินข้าวเที่ยงสมใจ กลับถึงออฟฟิศอีกทีบ่ายโมงสี่สิบ..เสียเงินไปเป็นพันเพราะบัตรรถไฟฟ้าทั้งบนดินใต้ดินดันหมดทั้งสองอัน ต้องเติมเงินเพื่อการนี้โดยเฉพาะ..เรื่องนี้จึงสอนให้รู้ว่า..มีจุดยืนหนะดี แต่ถ้ายืนให้ถูกที่จะดีมาก ๆ...
ฉันนึกถึงเรื่องบานปลายที่ทำล่าสุดเมื่อกลางวัน พร้อมบทเรียนที่ได้รับแต่ไม่เคยจำ
<<< อาชีพ: ภูมิสถาปนิก >>>
ทุกวันนี้ฉันเป็นมนุษย์เงินเดือน หาเลี้ยงชีพด้วยตำแหน่งภูมิสถาปนิกในบริษัทยักษ์ใหญ่ ทั้งฝ่ายรวมกันเรียกว่า "ฝ่ายออกแบบ" ประกอบด้วยส่วนงานอีกหลายส่วน รวมผู้คนกว่า 50 ชีวิต
<<<
Interests
Cooking & Eating
Swimming
Reading & Writing
Seeing Movie >>>
ความสนใจของฉัน ฉันชอบทำอาหาร-กินอาหาร, ว่ายน้ำ, อ่าน-เขียน และดูหนัง
ทำอาหาร-กินอาหาร.. เพราะการอยู่คนเดียว กิจกรรมนี้จะสร้างความสนุกได้โดยไม่ต้องเกรงใจและหวั่นว่าท้องใครจะพัง สุดท้ายหากเมนูที่เสกสรรปั้นปรุงนี้ได้ผล ก็จะเป็นลาภปากของผู้คนที่รู้จักต่อไป ส่วนฝีมือของฉันนั้นก็ดูได้จากที่มาของวีรกรรมเมื่อเที่ยง..อร่อยมากจนต้องพยายามกลับไปกินให้สำเร็จ
ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ที่เหลือนั้น ล้วนเป็นกิจกรรมที่เหมาะแก่การทำคนเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีสถานะ-โสด- อันนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ใครอยากจะลอกเลียนแบบก็ได้ แต่กิจกรรมดูหนังไม่ขอแนะนำ เพราะไม่เวิร์ค..จริงอยู่ การทำคนเดียวนั้นก็พอทำได้ บางครั้งการดูหนังคนเดียวหนะก็สนุก ดีตรงที่ไม่ต้องรอใคร ดูเมื่อไหร่ก็ได้ตามตัวเองสะดวก แต่ตอนระหว่างดูหรือเมื่อดูเสร็จแล้วออกมาจากโรงหนัง จังหวะนั้นการนึกถึงใครบางคนขึ้นมาว่าหากมีเค้านั่งดูอยู่ด้วยข้าง ๆ จะมีความสุขกว่าไม่น้อย..ทันใดนั้นความรันทดจะมาจับจิตจนลืมปลาบปลื้มหนังกันเลยทีเดียว
<<<
Favorite Quote
"Happiness comes from the pleasure of giving" >>>
ฉันเชื่อในความสุขที่มาจากการให้ ถึงแม้บางครั้งไม่ว่าจะให้ไปเท่าไหร่ สิ่งที่ได้กลับมาจะกลายเป็นศูนย์ก็ตาม ฉันก็ยังอยากให้อยู่ดี..สำหรับสิ่งที่ทำไปนั้นฉันเรียกว่า "รัก"
<<< Group
วัยรุ่นมีกะตังค์ >>>
ชื่อกลุ่มที่ตั้งขึ้นโดยเพื่อนสนิทหนึ่งใน 9 คน ใช้สำหรับพูดคุยตั้งกระทู้ถามไถ่นัดหมายกันใน Hi5 แทนที่พวกเราจะนัดเจอกันตามวิสัยคนทั่วไป ในนี้ทุกคนจะได้เจอเพื่อนและ Update เรื่องราวของเพื่อนได้โดยไม่ต้องพบหน้า เราสามารถร่นระยะเวลาการเดินทางและตัดปัญหาเรื่องเวลาว่างที่ไม่พร้อมเพรียงกันด้วยการเข้ามาในนี้
ชื่อกลุ่ม "วัยรุ่นมีกะตังค์" ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับจำนวนปีที่พวกเราได้เผชิญโลกมาและจำนวนทุนทรัพย์ที่เรามีอยู่เพื่อเลี้ยงชีพและแสวงหาความสุขทางวัตถุสนองตัวเอง
วันนี้ไม่มี Topic อะไรใหม่ในกลุ่ม..
แทนที่จะกลับบ้านหรือไปปาร์ตี้เหมือนคนอื่น ฉันยังไม่อยากกลับ ใจฉันยังอยากจะรออะไรบางอย่าง ฉันยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานแต่สิ่งที่ทำกลับไม่ใช่งาน ฉันเข้า Hi5 เปิดดูหน้า Profile ของตัวเอง
<<<
Comments
Shana says : เห็นว่าออนไลน์อยู่ เป็นไงมั่ง...
มีความสุขดีไหม? >>>
Ment ที่เพื่อนเข้ามาถามทิ้งไว้ เพราะไม่ได้เจอกันพักใหญ่ทำให้ได้คิด
ฉันมีความสุขดีไหม? ..ดูเหมือนจะไม่มีความสุขเอาเสียเลย หรือถ้ามีก็คงจะเป็นความสุขเพียงชั่วขณะเวลาเท่านั้น ครั้งสุดท้ายที่พอจะจำได้ก็เหมือนจะเป็นเมื่อหลายปีมาแล้วที่เรื่องงานดูจะเข้าที่เข้าทาง ความรักก็เหมือนจะลงเอยด้วยดี..ก็อย่างที่บอก นั่นมันหลายปีมาแล้วตอนที่ฉัน รู้สึกว่าฉันโชคดีและมีความสุขที่สุดในโลก แต่ความสุขมักจะอยู่กับฉันไม่นาน ชีวิตของฉันไม่เคยหวานเหมือนชื่อ
ฉันเหลือบไปดูในช่อง What are you doing now? ที่ Profile ของตัวเองอีกครั้ง ฉันเติมคำในช่องว่างไว้ว่า
I'm in love again!!?
ตอนนี้ฉันกำลังมีความรักครั้งใหม่ ความรักที่ฉันมีอยู่คนเดียว รักที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะไปทางไหน บางครั้งก็ทำให้สุขใจ บางครั้งก็ทำให้ทรมานใจ บางครั้งก็ทำให้ต้องแอบยิ้ม บางครั้งก็เล่นเอาน้ำตาซึม พอความรักมันไม่เข้ารูปเข้ารอย กำลังใจบวกแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตให้มีชีวามันก็หดหาย ฉันพยายามแก้ไขปัญหาด้วยการทำงานให้หนักขึ้น ทำตัวให้ยุ่ง กลับบ้านดึก เลยทำให้ฉันอยู่ที่ทำงานมากกว่าบ้าน จริง ๆ แล้วคงเพราะไม่รู้จะไปไหนมากกว่า แต่คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะได้ลืม ๆ ซะ มันก็เลยทำให้เป็นการทำงานแบบไม่มีความสุขจริง ๆ เพราะไม่ได้ทำงานด้วยใจรัก แต่ทำงานเพราะขาดรักต่างหาก ตกลงชีวิตคนเรามันมีแค่เรื่องงานกับความรักเท่านั้นหรือ? ฉันไม่รู้ว่าคนอื่นเค้าแบ่งแยกส่วนต่าง ๆ ในชีวิตแยกย่อยกันไปอีกแค่ไหน..ครอบครัว การเงิน เพื่อนฝูง ฯลฯ ฉันรู้แต่ว่าถ้าเรื่องรักมันแย่ เรื่องอื่นในชีวิตฉันมันมักจะเฉาตามกันไปด้วย
มาถึงตรงนี้ฉันเลยพยายามนึกถึงช่วงเวลาที่มีความสุขของตัวเองอีกครั้ง แล้วก็มีภาพหนึ่งผุดขึ้นมา..
เช้าวันหนึ่งในฤดูหนาว ฉันกำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปขึ้นรถไฟฟ้าให้ทันเวลาทำงาน มีผู้คนรอบข้างเดินกันขวักไขว่ดูรีบและร้อนรนไม่แพ้กัน..ลมหนาวพัดเข้ามาปะทะใบหน้าฉันอย่างจังจนรู้สึกชาไปทั่วทั้งหน้า เสียง Message จากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ฉันเปิดข้อความออกอ่านอย่างทุลักทุเล
"Morning Krab! I'm just finish run. When I walk in the park I look to the sky and see the cloud, imagine to your face, your smile so I really know that I...love you"
...แปลกจัง...ทุกอย่างที่ดูวุ่นวายอยู่รอบข้างพลันหยุดนิ่ง ลมหนาวกลับทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด ...แต่ก็อย่างที่เคยบอกนั่นแหละ นั่นมันหลายปีมาแล้ว...
ครืด ครืด...เสียงโทรศัพท์สั่น ฉุดฉันให้หลุดจากวันแห่งความสุขครั้งเก่า
ในที่สุดที่หน้าจอโทรศัพท์ก็ปรากฏข้อความจากคนที่ฉันรอ.